จีนมองมาตรการอินเดียต่อแคชเมียร์อาจกระทบเขตแดน

รมว.กระทรวงต่างประเทศของจีนและอินเดียพบหารือกันที่กรุงปักกิ่ง เกี่ยวกับสถานการณ์ในแคชเมียร์ ที่ฝ่ายจีนมองว่า “มาตรการเข้มงวด” ของรัฐบาลนิวเดลีต่อภูมิภาคแห่งนี้อาจส่งผลต่อการปักปันเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองศรีนคร เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่าทหารอินเดียตรึงกำลังอย่างแน่นหนาตามมัสยิดทุกแห่งในรัฐชัมมูและกัศมีร์ หรือภูมิภาคแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย ตลอดทั้งวันจันทร์ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ศาสนิกชนซึ่งออกจากเคหะสถานมาประกอบศาสนกิจในช่วงเทศกาลอีดิลฟิตรี หลังรัฐบาลนิวเดลีผ่อนคลายคำสั่งเคอร์ฟิวในช่วงเฉลิมฉลองทางศาสนาครั้งนี้ แต่การที่มาตรการด้านความมั่นคงยังเข้มงวดไม่ต่างจากการใช้เคอร์ฟิวอย่างเต็มรูปแบบ เป็นเพราะยังคงมีการประท้วงเกิดขึ้นประปรายในหลายเขต โดยเฉพาะที่เมืองศรีนครซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐ
 
ทั้งนี้ รัฐบาลฝ่ายขวาชาตินิยมของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี “สร้างเซอร์ไพรส์” ให้กับหลายฝ่ายโดยเฉพาะปากีสถาน ด้วยการประกาศ “กฤษฎีกาฉุกเฉินฉบับพิเศษ” ยกเลิกมาตรา 370 ของรัฐธรรมนูญอินเดีย เพิกถอนสถานะพิเศษในการปกครองตนเองของรัฐชัมมูและกัศมีร์ แล้วมีแผนแบ่งเป็น 2 รัฐใหม่ในอนาคต โดยผู้นำอินเดียให้คำมั่นว่าจะ “พลิกโฉม” แคชเมียร์” ให้กับมาดีกว่าเดิม” และยืนยันว่ามาตรการคุมเข้มครั้งนี้ “จะบังคับใช้ไม่นาน”

ขณะที่นายสุพรหมณยัม ชัยศังกร รมว.กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เยือนกรุงปักกิ่งเพื่อพบหารือกับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน เพียงไม่กี่วันหลังการเยือนจีนของนายชาห์ มาห์มูด กูเรชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน โดยชัยศังกรกล่าวว่าการยกเลิกมาตรา 370 คือ “การจัดระเบียบ” ภูมิภาคของแคชเมียร์ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมศกยภาพของฝ่ายความมั่นคงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการ “ต่อต้านการก่อการร้าย” ที่จะเน้นตามแนวเส้นควบคุม ( แอลโอซี ) ระหว่างอินดียกับปากีสถาน ไม่ใช่การยกระดับความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกับจีน ซึ่งยังมีปัญหากับอินเดียเรื่องพรมแดนของภูมิภาคลาดักห์
 
อย่างไรก็ตาม รมว.กระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า การจัดตั้ง 2 รัฐใหม่แม้อยู่ในภูมิภาคแคชเมียร์ภายใต้อธิปไตยของอินเดีย แต่อาจส่งผลต่อภูมิศาสตร์การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่ อนึ่ง หลังได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรพร้อมกัน เมื่อปี 2490 อินเดียและปากีสถานซึ่งต่างประกาศตัวเป็น “มหาอำนาจด้านนิวเคลียร์” ในภูมิภาคเอเชียใต้ สู้รบกันมาตลอด เพื่อแย่งชิง “การครอบครองอาณาเขตทั้งหมด” ในแคชเมียร์.